การทำฉากหลังให้เป็นสีขาวด้วยโทรศัพท์มือถือ

รอยเชื่อมต่อภูธร-นครกรุงเทพฯเคยมีคนบอกผมว่า วิถีชีวิตคนเรานั้นยากแท้ที่จะหยั่งรู้ ไม่ว่าชีวิตนั้นจะหมกอยู่ในสลัม ในตรอกชอกซอยจนกระทั่งในหอคอยงาช้าง ไม่มีผู้ใดเหรอกว่า ชีวิตจะดำเนินไปอย่างไรจวบจนถึงกาลอายุขัยเสียงเคาะประตูรั้วบ้านที่ล้อมรอบเรือนไทยยกพื้นสูงเหนือที่ดินป่าชายเลนในบ่ายวันหนึ่งทำให้ผมวางหนังสือที่อ่านอยู่เดินมาถอดสลักประดู เพราะคิดว่าคุณแม่กลับจากตลาด แต่เมื่อเห็นบุคคลผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าทั้งเปิดยิ้มเป็นเชิงทักทายก่อน  ถ่ายรูป ทำให้ผมจ้องตาไม่กะพริบ“คุณสมบูรณ์...” ผมหลุดปากออกมาเสียงดัง “มาบ้านผมถูกได้ยังไง”คุณสมบูรณ์ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาพลางตบบ่าผมเบาๆ “มีเรื่องจะคุยด้วย”ผมยังงงอยู่นั่นเอง แม้ว่าจะพาคุณสมบูรณ์มานั่งที่ระเบียงบ้านแล้ว เพราะคุณสมบูรณ์ไม่เคยรู้จักบ้านผม อาจจะรู้เพียงแค่อยู่ตลาดชลบุรี แต่มาวันนี้คุณสมบูรณ์ผ่านตลาดทรัพย์สินฯ จนเข้าซอยธารนทีแล้วเดินมาตามสะพานเหนือปาชายเลนจนถึงบ้านซึ่งเป็นหลังสุดท้ายที่มี  ต้นโกงกางและแสมเป็นแนวยาวไกลออกไป“ผมแวะที่ร้านเอเย่นต์หนังสือพิมพ์ถามถึงทางมาบ้านคุณ เธออธิบายจนผมมาเจอคุณนี่ไง”“แล้วมีอะไรจะใช้ผมหรือ...” ที่จริงผมยังงงอยู่ด้วยชํ้าไป“จะมาชวนไปเป็นนักข่าว ผมเป็นบอกอจะออก เดลิเมล์รายวันสนใจไหมล,ะ”ผมเชื่อว่า ไม่ว่าใครที่ได้รับฟังเหมือนผมในเวลานั้นคงสับสนไม่น้อย “นึกยังไงถึงคิดมาซวนผม คนในกรุงเทพฯ ตั้งมากมาย กล่องไฟไลท์บ็อกซ์ ทำไมมาคิดว่าผมจะเป็นนักข่าวในกรุงเทพฯ ได้”“คุณจะคิดยังไงก็เรื่องหนึ่ง ถ้าคุณตกลงแล้วก็จะรู้เองว่าผมคิดยังไง ขอเพียงว่าตกลงไป...”เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะตอบรับหรือปฏิเสธ ผมนั่งมองหน้าคุณสมบูรณ์เหมือนอยากอ่านความคิด ครั้งหนึ่งผมเคยทะยานออกไปเพื่อที่จะเป็นนักข่าวไปกับคุณสนิท เอกชัย แต่เหมือนโชคชะตาจะดึงให้ผมต้องกลับบ้านและไม่คิดว่าจะมืโอกาสอีกแล้ว แล้ววันนี้เกิดอะไรฃึ้นที่เห็นประตูเปิดอ้าอยู่ในขณะที่ผมลังเลใจ...“ถ้า...ถ้าผมจะไป...”

“คุณก็ต้องไปที่สำนักงานอยู่ถนนสี่พระยา บริษัทประชุมช่าง อยู่ตรงกันข้ามกับกรมสรรพสามิต (ในขณะนั้น) ไปถูกไหม...” ตู้ไฟถ่ายภาพ “ต้องเริ่มทำงานเมื่อไหร่”“ถ้าตัดสินใจไป ผมอยากให้ไปพบกันในวันที่ ๑ พฤษภาฯ นี่แหละ”นั่นหมายความว่า จากวันนี้ไปอีกเจ็ดวันเท่านั้น “คุณพ่อผมไม่ค่อยสบาย แต่จะลองถามดู ว่าแต่คุณสมบูรณ์แน่ใจนะว่าผมจะเป็นนักข่าวได้”บรรณาธิการท่านพยักหน้าแล้วยิ้มๆ “ถ้ายังงั้น ผมกลับละ”ผมเดินตามไปส่งที่ปากซอยซึ่งมีชื่อว่า ชอยธารนที มืรถจี๊ปจอดรออยู่ “คงต้องเสียเวลารอแพขนานที่ท่าข้าม (บางปะกง) ไม่น้อยนะครับ”ผมว่า“นั่นแหละที่ทำให้ต้องรีบกลับ...หวังว่าคงจะได้พบกันนะ...” lightboxทำเอง เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ผมเชื่อว่าไม่ว่าใครก็คงต้องงุนงงสงลัย แม้ว่าจี๊ปคันนั้นจะพาคุณสมบูรณ์ไกลออกไปจนลับตาแล้วก็ตาม ผมเดินกลับบ้านพร้อมกับถามตัวเองว่า ผมควรจะตัดสินใจอย่างไร...มันง่ายนักหรือกับการที่จะเข้าไปเป็นนักข่าวในกรุงเทพฯ ถึงแม้ว่าผมจะทำหน้าที่เป็น “นักข่าวภูธร” ประจำชลบุรีให้กับ “พิมพ์ไทย-สยามนิกร” ก็ตามความเป็นภูธรย่อมแตกต่างกับกรุงเทพฯ มากมาย แถมเรื่องที่พักล่ะ...?

 

กล่องไฟถ่ายภาพ

Write a comment

Comments: 0